พรรคชาติไทยพัฒนา ผลพวงของความเปลี่ยนแปลง

นั่นทำให้ที่ว่างของพรรคขนาดกลางและพรรคขนาดเล็กเหลือน้อยลงไปทุกที ยังไม่นับเรื่องของการตัดสินคดีความทางการเมืองต่างๆที่มีผลถึงการยุบพรรคด้วย นั่นทำให้นักการเมืองเหมือนผึ้งแตกรัง ต้องไปรวมกันใหม่เป็นพรรคขนาดกลางแทน ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาก็เกิดขึ้นมาในตอนนั้นด้วย

ข้อมูลเบื้องต้นของพรรคชาติไทยพัฒนา

พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นอีกพรรคหนึ่งที่หลายคนอาจจะหลงลืมไปแล้วว่าใครมีพรรคการเมืองนี้อยู่ ข้อมูลเบื้องต้นของพรรคชาติไทยพัฒนา หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันคือ นายธีระ วงศ์สมุทร เลขาธิการพรรค นายพันธุ์เทพ สุลีสถิร คำขวัญของพรรค พรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อพัฒนาชาติไทย พรรคก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2551 ปัจจุบันที่ทำการพรรคคือ เลขที่ 1 ถนนพิชัย แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพ 10300 นโยบายของพรรค การเมืองไม่ขัดแย้ง สร้างแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ประวัติพรรคชาติไทยพัฒนา

ทางด้านการเมือง พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นอีกพรรคหนึ่งที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับนักการเมืองจากพรรคชาติไทย ที่โดนตัดสินยุบพรรคการเมือง เริ่มต้นมี ส.ส. ทั้งหมด 13 คน เป็นคนจากพรรคชาติไทยเดิมทั้งหมด ต่อจากนั้นมีนักการเมืองจากพรรคอื่นอย่าง พรรคมัชฌิมาธิปไตย เข้ามาเพิ่มอีก รวมถึงทางพรรคได้มีการส่งนักการเมืองลงเลือกตั้งซ่อมด้วย ทำให้มีส.ส.ทั้งหมด 25 คน

หัวหน้าพรรคการเมืองที่น่าสนใจ

อย่างที่บอกไปแล้ว พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาใหม่ โดยมีพื้นฐานมาจากพรรคชาติไทยเดิม ทำให้ส่วนใหญ่หัวหน้าพรรคและทีมงานก็จะมาจากพรรคชาติไทยด้วย หัวหน้าพรรคคนหนึ่งที่หลายคนคุ้นหูกันดีได้แก่ นายชุมพล ศิลปอาชา อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ท่านดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปี 2556

เส้นทางการเมืองของพรรค

เส้นทางการเมืองของพรรคชาติไทยพัฒนาอาจจะยังไม่มากเท่าไร หากจะนับในนามพรรคนี้จริงๆ คงต้องย้อนไปที่การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2554 ตอนนั้นพวกเค้าได้ ส.ส. ทั้งหมด 19 คน เป็นพรรคขนาดกลางที่สามารถเข้าร่วมเพื่อจัดตั้งเป็นรัฐบาลได้ ถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเล็กๆของการจัดตั้งรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

วิเคราะห์อนาคตของพรรค

มองไปยังอนาคตของพรรคชาติไทยพัฒนา ต้องบอกว่าหากการเลือกตั้งเกิดขึ้นตามโรดแม็ปจริง พรรคขนาดกลางพรรคนี้อาจจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ตามสไตล์พรรคขนาดกลางที่พร้อมจะสวิงไปทุกขั้วการเมืองเพื่อรักษาสถานภาพของตัวเองและพรรคการเมือง ส.ส.ที่ได้เข้าสภาน่าจะมาจากการเลือกตั้งแบบเขต มากกว่าแบบระบบบัญชีรายชื่อ พื้นที่สำคัญน่าจะเป็นเขตในกรุงเทพมากกว่าต่างจังหวัด แต่ถ้าหากการเลือกตั้งไม่เกิดขึ้นตามกำหนดการแล้วเลื่อนออกไปเรื่อยๆ นั่นอาจจะทำให้การกลับมาเลือกตั้งอีกครั้งคงจะลำบากน่าดูทั้งทรัพยากร และกระแส